บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2022

ทางสิ้นภพ#การเจริญมรณะสติเพื่อความสิ้นอาสวะ

รูปภาพ
ความสิ้นอาสวะ#ทางที่เดินครั้งเดียว#สิ้นเสียงสิ้นกรรมธรรมบรรลุ#วิมุตติความหลุดพ้น#การบรรลุมรรคผล การดู 46 ครั้ง 9 ก.พ. 2021 #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้วไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวง#ย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตายดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น#สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดีภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดี#พระพุทธเจ้าแสวงหาคุณอันใหญ่ได้ตรัสไว้ว่าสิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ#ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้นเหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ #ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพใดใดดังบุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชนฉะนั้น #เราไม่ได้มีความคิดว่าได้มีมาแล้วจักมีต่อไปสังขารจักปราศจากไป #จักคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า#ดูกรนายโจรความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง#ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ #เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา # เมื่อนั้นบุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเราย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี #เรารำคาญด้วยสรีระเราไม่ต้องการด้วยภพร่างกายนี้จักแตกไปและจักไม่มีร่างกายอื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกา...

มนุษย์โลกภายใน 5 ปี จะเหลือประมาณ 500 ล้านคน และคนจะบรรลุมรรคผลนิพพานง่า...

รูปภาพ
เลือกบล็อกที่จะแชร์ไป Bodhi Gaya- The Sacred Land of Buddhahood #การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ##โดยธรรมชาติของจิตนี่ต้องเวียนอยู ความรู้เพื่อความสินทุกข์ การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางหลุดพ้น นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส การบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค พระสาวกโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้เป็นพระอนุพุทธะ เราไม่ทะเลาะกัน#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอ การบรรลุมรรคผลของจิต ผู้ไม่มีร่องรอย จิตหลุดพ้น tamjai ความดับทุกข์ #คำสอนทางพุทธศาสนา#อมตมหานครนี้มีศีลเป็นกำแพงเมืองมีปัญญาเป็นหอรบอินทรีย์สังวรเป็นทวารบาลอัษฎางคิกมร ไม่พึงด่วนทำกาละ อนุปาทาปรินิพพาน#ความพ้นทุกข์#การประชุมอริยมรรค กลับบ้านเราพระพุทธเจ้ารออยู่#ศีลนี่นะมันจะช่วยจัดระเบียบชีวิตของเราให้มันเรียบง่ายนะ สบายๆ พรุ่งนี้วันพระ#ทุกอย่างแก้ไขได้ โลกราบเป็นหน้ากลอง วิมุตติ ๕ ประการนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้จิตของภิกษุ ผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ที่ยังไม่ห ผ...

สถานที่ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ พุทธคยา - Bodhgaya

รูปภาพ
#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ##โดยธรรมชาติของจิตนี่ต้องเวียนอยู ความรู้เพื่อความสินทุกข์ Bodhi Gaya- The Sacred Land of Buddhahood การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางหลุดพ้น นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส การบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค พระสาวกโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้เป็นพระอนุพุทธะ เราไม่ทะเลาะกัน#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอ การบรรลุมรรคผลของจิต ผู้ไม่มีร่องรอย จิตหลุดพ้น tamjai ความดับทุกข์ #คำสอนทางพุทธศาสนา#อมตมหานครนี้มีศีลเป็นกำแพงเมืองมีปัญญาเป็นหอรบอินทรีย์สังวรเป็นทวารบาลอัษฎางคิกมร ไม่พึงด่วนทำกาละ อนุปาทาปรินิพพาน#ความพ้นทุกข์#การประชุมอริยมรรค กลับบ้านเราพระพุทธเจ้ารออยู่#ศีลนี่นะมันจะช่วยจัดระเบียบชีวิตของเราให้มันเรียบง่ายนะ สบายๆ พรุ่งนี้วันพระ#ทุกอย่างแก้ไขได้ โลกราบเป็นหน้ากลอง วิมุตติ ๕ ประการนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้จิตของภิกษุ ผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ที่ยังไม่ห ผู้ไม่มีร่องรอย#ความบริส...

ผู้เห็นภัยในสังสารวัฏ#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปั...

รูปภาพ
#เศรษฐีมุ่งหน้าสู่ป่าสีตวันอันเป็นที่ประทับแห่งพระบรมศาสดาเวลานั้นพระพุทธองค์ตื่นบรรทมแล้วทรงแผ่ข่ายพระญาณพิจารณาดูสัตว์โลกที่พระองค์ควรจะโปรดเห็นอุปนิสัยของอนาถบิณฑิกเศรษฐีแล้วว่าเป็นผู้ควรแก่การบรรลุธรรมจึงทรงจงกรมดำเนินกลับไปกลับมาอยู่ณที่ประทับเมื่อเศรษฐีเข้ามาใกล้พระพุทธองค์จึงตรัสว่าเข้ามาเถิดสุทัตตะตถาคตอยู่ที่นี่ ” อนาถบิณฑิกเศรษฐี , เข้าถึงธรรม , บรรลุธรรม , โสดาบัน , สมัยพุทธกาล , พระพุทธเจ้า , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , สุทัตตะ ดูก่อนท่านผู้เจริญ! พระดำรัสตรัสเรียกเศรษฐีโดยชื่อว่า สุทัตตะ โดยถูกต้องนั้น นำความปราโมชแก่ท่านเศรษฐีอย่างเหลือล้น เขาไม่เคยรู้จักพระศาสดา และพระศาสดาก็ไม่เคยรู้จักเขา แต่พระองค์สามารถเรียกชื่อเขาได้ ท่านเศรษฐีหรือจะไม่ปลื้มใจ เขาซบหน้าลงแทบบาทมูลแห่งพระตถาคตเจ้า แล้วกราบทูลว่า “ข้าแต่พระศากยมุนี! เป็นโชคดีของข้าพระพุทธเจ้ายิ่งแล้วที่ได้มาเฝ้าพระองค์สมปรารถนา ข้าพระองค์รอคอยจนพระองค์เสด็จเข้าไปในเมืองเพื่อเสวยภัตตาหารไม่ไหว จึงออกมาเฝ้าแต่เช้ามืด พระองค์ผู้เจริญ ! เมื่อคืนนี้ ราตรีช่างยาวนานเหลือเกิน ปรากฏแก่ข้าพระพุทธเจ้าเหมือนหนึ่งเดือน เป็...

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

รูปภาพ
#ทางบรรลุมรรคผล#การเกิดมรรคผล#คำสอนเรื่องนิพพาน#วิมุตติความหลุดพ้นแนวทางบรรลุธรรม#การเกิดอริยมรรค#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ#คนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์#และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ#ถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้วเธอก็จะบรรลุนิพพานได้การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิเพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรคเบื้องต้นแห่งมรรคยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยอัตโนมัตินะ จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผลจะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดาที่เรียกว่ากามาวจรจิต กามาวจรภูมิไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องเข้าฌานนะ เมื่อมันรวมเข้าไปแล้วมันจะเห็น สภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะ แต่ละคนไม่เท่ากันนะถัดจากนั้นจิตจะวางการรู้อารมณ์ ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้สิ่งที่ห่อหุ้มปกคลุมธาตุรู้อยู่นี่ ถูกอริยมรรคแหวกออกไปแล้วก็มันจะไปเห็นนิพพานนะ นิพพานไม่ใช่ว่างเปล...

จิตสงบ ให้เป็นสมาธิ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระราชพรหมยาน ธรรมะฟังสบายคลายทุ...ความสำรวมด้วยจักษุเป็นความดี ความสำรวมด้วยหูเป็น ความดี ความสำรวมด้วยจมูกเป็นความดี ความสำรวม ด้วยลิ้นเป็นความดี ความสำรวมด้วยกายเป็นความดี ความ สำรวมด้วยวาจาเป็นความดี ความสำรวมด้วยใจเป็นความดี ความสำรวมในทวารทั้งปวงเป็นความดี ภิกษุผู้สำรวมแล้ว ในทวารทั้งปวง ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ผู้ที่สำรวมมือ สำรวมเท้า สำรวมวาจา สำรวมตน ยินดีในอารมณ์ ภายใน มีจิตตั้งมั่น อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ ภิกษุใดสำรวมปาก มีปกติกล่าว ด้วยปัญญา มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมแสดงอรรถและธรรม ภาษิตของภิกษุนั้นไพเราะ ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดี แล้วในธรรม ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่ เสื่อมจากสัทธรรม ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน ไม่พึง เที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น เพราะภิกษุปรารถนาลาภของ ผู้อื่นอยู่ ย่อมไม่บรรลุสมาธิ ถ้าว่าภิกษุแม้มีลาภน้อย ก็ย่อมไม่ดูหมิ่นลาภของตนไซร้ เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญ ภิกษุนั้น ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ ไม่เกียจคร้าน ผู้ใดไม่มี ความยึดถือในนามรูปว่าของเราโดยประการทั้งปวง และย่อม ไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปไม่มีอยู่ ผู้นั้นแลเรากล่าวว่า เป็น ภิกษุ ภิกษุใดมีปกติอยู่ด้วยเมตตา เลื่อมใสแล้วในพระ พุทธศาสนา ภิกษุนั้นพึงบรรลุสันตบทอันเป็นที่ระงับสังขาร เป็นสุข ดูกรภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้ เรือที่เธอวิดแล้วจัก ถึงเร็ว เธอตัดราคะและโทสะแล้ว จักถึงนิพพานใน ภายหลัง ภิกษุพึงตัดโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ พึงละอุทธัม ภาคิยสังโยชน์ ๕ พึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง ภิกษุล่วงธรรม- เป็นเครื่องข้อง ๕ อย่างได้แล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้ข้ามโอฆะ ได้ ดูกรภิกษุ เธอจงเพ่ง และอย่าประมาท จิตของเธอ หมุนไปในกามคุณ เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนก้อนโลหะ อย่าถูกไฟเผาคร่ำครวญว่านี้ทุกข์ ฌานไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด ผู้นั้น แลอยู่ในที่ใกล้นิพพาน ความยินดีอันมิใช่ของมนุษย์ย่อม มีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่เรือนว่าง ผู้มีจิตสงบ ผู้เห็นแจ้งซึ่ง ธรรมโดยชอบ ในกาลใดๆ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นความ เกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย ในกาลนั้นๆ ภิกษุนั้นย่อมได้ปีติและปราโมทย์ ปีติและปราโมทย์นั้น เป็นอมตะของบัณฑิตทั้งหลายผู้รู้แจ้งอยู่ บรรดาธรรมเหล่านั้น ธรรมนี้ คือ ความคุ้มครองอินทรีย์ ความสันโดษ และ ความสำรวมในปาฏิโมกข์ เป็นเบื้องต้นของภิกษุผู้มีปัญญา ในธรรมวินัยนี้ ท่านจงคบกัลยาณมิตร มีอาชีพหมดจด ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ประพฤติปฏิสันถาร พึงเป็นผู้ ฉลาดในอาจาระ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ เพราะความ ประพฤติในปฏิสันถาร และความเป็นผู้ฉลาดในอาจาระนั้น จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเปลื้องราคะและโทสะเสีย เหมือนมะลิปล่อยดอกที่เหี่ยว แห้งแล้ว ฉะนั้น ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ มีใจตั้งมั่นดี มีอามิสในโลกอันคายแล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้ สงบระงับ จงเตือนตนด้วยตนเอง จงสงวนตน ด้วยตนเอง ดูกรภิกษุ เธอนั้นผู้มีตนอันคุ้มครองแล้ว มี สติ จักอยู่เป็นสุข ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ตนแลเป็น คติของตน เพราะเหตุนั้น ท่านจงสำรวมตน เหมือน พ่อค้าระวังม้าดีไว้ ฉะนั้น ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์ เลื่อมใสแล้วในพุทธศาสนา พึงบรรลุสันตบทอันเป็นที่เข้า ไปสงบแห่งสังขาร เป็นสุข ภิกษุใดแล ยังเป็นหนุ่ม ย่อมเพียรพยายามในพุทธศาสนา ภิกษุนั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น ฯ จบภิกขุวรรคที่ ๒๕

รูปภาพ
ความสำรวมด้วยจักษุเป็นความดี ความสำรวมด้วยหูเป็น ความดี ความสำรวมด้วยจมูกเป็นความดี ความสำรวม ด้วยลิ้นเป็นความดี ความสำรวมด้วยกายเป็นความดี ความ สำรวมด้วยวาจาเป็นความดี ความสำรวมด้วยใจเป็นความดี ความสำรวมในทวารทั้งปวงเป็นความดี ภิกษุผู้สำรวมแล้ว ในทวารทั้งปวง ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ผู้ที่สำรวมมือ สำรวมเท้า สำรวมวาจา สำรวมตน ยินดีในอารมณ์ ภายใน มีจิตตั้งมั่น อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ ภิกษุใดสำรวมปาก มีปกติกล่าว ด้วยปัญญา มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมแสดงอรรถและธรรม ภาษิตของภิกษุนั้นไพเราะ ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดี แล้วในธรรม ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่ เสื่อมจากสัทธรรม ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน ไม่พึง เที่ยวปราร...